57/17 ถนนทหาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
จันทร์ - อาทิตย์ 05:00 - 24.00

สถานที่ท่องเที่ยว – วัดป่าภูก้อน

วัดป่าภูก้อน watpaphukon

ดินแดนธรรมมะแห่งจังหวัดอุดรธานี

      วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย กำเนิดขึ้นจากการดำริชอบของพุทธบริษัทสี่ ผู้ตระหนักถึงคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธารซึ่งกำลังถูกทำลาย

watpaphukon หรือ วัดป่าภูก้อน

        วันนี้ทีมงาน T-UDONCARRENT ของเราจึงมานำเสนอถึงประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของวัดป่าภูก้อนให้ได้อ่านกันครับ

ประวัติของ วัดป่าภูก้อน คร่าวๆ

      วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย ซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นจากการดำริชอบของพุทธบริษัทสี่ ผู้ตระหนักถึงคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธารซึ่งกำลังถูกทำลาย

      โดยในปี พ.ศ. 2527 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ได้เมตตาปรากฏในทิพยนิมิต สั่งให้ไปธุดงค์ทางภาคอีสานเป็นเวลา 10 วัน คุณปิยวรรณและคุณโอฬาร วีรวรรณ พร้อมคณะได้เดินทางมาธุดงค์แถบจังหวัดสกลนครและอุดรธานี เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาของพระป่า จึงได้เข้าช่วยเหลือท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก สำนักสงฆ์บ้านนาคำน้อย ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจัดตั้งเป็นวัดป่านาคำน้อย และปลูกป่าทดแทนฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมกว่า 750 ไร่ อย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมและอยู่อาศัยของพระสงฆ์ จากนั้นท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายได้พาไปดูป่าภูก้อนที่กำลังถูกสัมปทานตีตราตัดไม้ คณะศรัทธาจึงได้ตัดสินใจสร้างวัด โดยกราบอาราธนาท่านพระอาจารย์ชาลี ถิรธัมโม (ปัจจุบันเป็นพระครูจิตตภาวนาญาณ) เป็นประธานและขวัญกำลังใจในการก่อสร้าง และได้ทำเรื่องขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ จนได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2530ดังนั้น คณะทำงานจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการศาสนาจนได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในวันที่ 3 กรกฎาคม 2530 และมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป็น วัดป่าภูก้อนขึ้นในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530

      พุทธอุทยานแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ธุดงควัตรของพระนวกะ จากโรงเรียนนายร้อยทั้ง 4 เหล่าทัพ ซึ่งอุปสมบทในภาคฤดูร้อน โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดเกล้าฯ บรรพชาที่วัดบวรนิเวศฯ แล้วประทานอนุญาตให้มาอบรมกรรมฐานที่วัดป่าภูก้อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นเวลา 5 ปี ติดต่อกันมา

      ปัจจุบันนี้วัดมีศาลาอุโบสถ 2 ชั้น 1 หลัง ซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีสงฆ์ชั้นบนและเป็นที่ฉันชั้นล่าง มีกุฏิพระ 45 หลัง เรือนครัว 1 หลัง เรือนพักฆราวาส 6 หลังถังเก็บน้ำคอนกรีต 20 ถัง และห้องน้ำจำนวนมาก โดยใช้ระบบประปาภูเขา จากฝายเก็บน้ำดินขนาดเล็กที่เป็นแหล่งต้นน้ำซับและน้ำตกในวัด ซึ่งต่อมากรมชลประทานได้บูรณะถวายให้แข็งแรงถาวรในปี 2538 และวัดยังได้ต่อระบบประปาไปถึงหมู่บ้านนาคำที่อยู่ห่างจากวัดไป 4 กม. เพื่อให้ชาวบ้านมีแหล่งน้ำใช้อย่างสะดวกและสะอาด

      ในปัจจุบันนี้ วัดป่าภูก้อนดำรงคงอยู่ด้วยความสมดุลของป่าไม้ที่ทวีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นทุกคืนวัน โดยบุคคลผู้มีความศรัทธาและระลึกคุณของสรรพสิ่งทั้งหลายของชาติและแผ่นดินอันเป็นที่กำเนิดแห่งชีวิต โดยมีคุณพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องสำนึก และมีพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่ชาวไทยทุกคนควรทดแทน เป็นกำลังใจส่งเสริมพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบให้ดำรงปฏิปทาของพระป่ากรรมฐานเพื่อบูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จนถึงที่สุด เพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านแบบเต็มอิ่มได้ที่ คลิก

โครงการสร้างพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวภายใน วัดป่าภูก้อน

        เนื่องในมหามงคลสมัย ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2554 พระองค์ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเป็นองค์พุทธมามกะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ให้เจริญวัฒนาสถาพรอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนมีจิตใจน้อมระลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ที่มีต่อแผ่นดินไทยและปวงประชาราษฎร จึงประสงค์จะกระทำประโยชน์สิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ในแผ่นดิน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพิเศษแด่พระองค์ท่าน และสนองพระคุณ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นที่สุด จึงพร้อมใจกันดำริจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ยาว 20 เมตร พร้อมพระวิหาร หวังให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งสมัยรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะ โดยได้ความอนุเคราะห์จากท่านอาจารย์นริศ รัตนวิมล ผู้เป็นยอดศิลปินประติมากรหินของไทย เป็นผู้ออกแบบและแกะสลักองค์พระพุทธไสยาสน์ และท่านอาจารย์สมยศ คำแสง เป็นผู้ออกแบบฐานพระพุทธรูปเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อทองแดงเรื่องราวของพระมหาปรินิพพานสูตร นับเป็นงานก่อสร้างสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ล้ำค่า ประดิษฐานไว้บนยอดภูเขาในพุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน มีระยะเวลาการสร้าง 6 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549-2555 งบประมาณการสร้างรวม 549.9 ล้านบาท

วัตถุประสงค์
1. ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
           –   รักษาธรรมชาติ อันให้กำเนิดชีวิต
           –   อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศน์ให้สมดุลยั่งยืน
           –   รักษาความมั่นคงของแผ่นดินไทยส่วนหนึ่ง อันเป็นที่พึ่งที่อาศัย เป็นความปลอดภัยของชีวิต
           –   รักษาพระพุทธศาสนา อันเป็นที่พึ่งทางชีวิตและจิตใจที่สูงสุด
           –   พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติไทย
           –   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้อุปถัมภก ยอยกทำนุบำรุงให้รุ่งเรืองดำรงอยู่คู่ชาติไทย
           –   ประเทศไทยเจริญมาได้ทุกวันนี้ เพราะบุรพกษัตริย์และบรรพชน ยึดมั่นในธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งเราต้องรักษาสืบไป
2. สักการะคุณพระศรีพระรัตนตรัยในดวงใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
           –   ด้วยการกระทำ คือ การสร้างองค์พระพุทธรูปสีหไสยาสน์เป็นการบูชา มอบให้พุทธบริษัท มีจิตน้อมไปในความไม่เที่ยง และปฏิบัติ
                เพียรไปเพื่อความบริสุทธิ์
           –   จิตใจ ที่กระทำด้วยความระลึกสำนึกคุณของพระองค์ท่าน ความเพียรความสละ จาคะ ทุ่มเท เพื่องานนี้ คือ เครื่องสักการะ
           –   ถวายเป็นพระราชกุศลพิเศษ ประกาศเป็นสัญลักษณ์ไว้ในแผ่นดิน
           –   ความบริสุทธิ์จากการน้อมถวายผลบุญกุศลด้วยความศรัทธาในครั้งนี้
           –   เปรียบประดุจโอสถทิพย์เป็นน้ำอมฤต ชโลมพระราชหฤทัยและพระวรกายให้แข็งแรงพระพละกำลังสมบูรณ์ และทรงชนมมายุยิ่งยืนนาน
                พร้อมเป็นเกราะป้องกันภัยนานาประการเทอญ
           –   วัตถุสถาน ที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานพยาน ของความศรัทธา และความเพียรของบรรพชน

ลักษณะเด่นของ วัดป่าภูก้อน

           วัดป่าภูก้อน มีลักษณะเด่น คือพระวิหารที่สวยงามของวัดป่าภูก้อน ได้รับออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง องค์พระพุทธรูปหินอ่อน พระวิหาร ศาลาราย และอาคารรอบลานเขา โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ เป็นการสื่อความหมายถึงการสั่งสมบารมีด้วยความพรากเพียร และความเสียสละของพระองค์ในทุกๆชาติ โดยด้านบนของทุกภาพ แกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9
           นอกจากพระวิหารและพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อนแล้ว ยังมี พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันถัดมาทางด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรูปปั้นหินอ่อนของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย ซึ่งมีศิษยานุศิษย์อยู่มากมาย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางขึ้นบันไดยาวเพื่อเข้ามายังเจดีย์เพื่อเข้าไปสักการะบูชา แม้จะสร้างขึ้นได้ไม่นานแต่ที่นี่ถูกยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวอีสานอีกหนึ่งแห่ง

การเดินทางไปวัดป่าภูก้อน

          การเดินทางโดยรถยนต์ เมื่อมาถึง อุดรธานี ให้ออกทางหลวงเส้นจังหวัดหนองคาย ไปถึงหลักกิโมลเมตรที่ 13 แยกซ้ายไป อ.บ้านผือ อ.นายูง จนถึง บ.นาคำใหญ่ จะมีทางเลี้ยวเข้าวัดป่าภูก้อน รวมแล้วระยะทางจากตัวเมืองอุดรธานี ถึงวัดป่าภูก้อน 125 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที รถทุกชนิดสามารถขึ้นได้ยกเว้นรถบัสคันใหญ่ต้องจิดไว้ตรงปากทางขึ้นแล้วใช้บริการรถสองแถวขึ้นไปยังวัด เสียค่าบริการ คนละ 20 บาท

เรามีบริการให้เช่ารถพร้อมกับแนะนำการเดินทางไปยังสถานที่ที่คุณอยากไป

  บริการรถเช่าสำหรับท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในจังหวัดอุดรและจังหวัดใกล้เคียง  พร้อมให้บริการรับส่งถึงสนามบิน ดำเนินการโดยคุณฐิติพงศ์ อมรไตรลักษณ์ (ตี๋) ซึ่งมีประสบการณ์ในการให้บริการรถเช่ามากว่า 15 ปี

  โดยรถที่นำมาให้เช่าเป็นรถใหม่ สภาพดีเยี่ยม มีการตรวจเช็คสภาพรถและเช็คน้ำมันเครื่องก่อนนำมาให้บริการทุกคันอย่างสม่ำเสมอ!! และปลอดภัยด้วยประกันชั้น 1 จากบริษัทชั้นนำของไทยซึ่งเราพร้อมให้บริการทั้งรูปแบบขับเองหรือหากคุณลูกค้าต้องการคนขับเราก็มีให้บริการครับ

เอกสารประกอบการเช่ารถ

id card

สำเนาบัตรประชาชน

driver-license

สำเนาใบขับขี่

passport

สำเนาพาสสปอร์ต
(กรณีบุคคลต่างชาติ)

money

เงินประกันรถ 3,000 บาท (คืนเมื่อคืนรถ)


ยี่ห้อรถที่เรานำมาให้บริการ

ให้บริการรถเช่าอุดร ในราคาถูกที่เป็นกันเอง พร้อมทั้งยังมีบริการรถเช่าสนามบินอุดร

บริการรับส่งรถให้ถึงที่ รับประกันคุณภาพรถที่ได้มาตรฐาน